Pages

Wednesday, June 22, 2011

แนะนำไม้น่าเล่น Pacific X Feel Pro 90 Vacuum

Rating:★★★★
Category:Other
หลังจากที่ได้ลอง Pacific X Feel Pro 90 มาถึงสองครั้งที่ Midnight Tennis ผมว่าไม้ตัวนี้น่าสนใจครับ ก็เลยเข้าไปศึกษาข้อมูลในเว็บ http://www.tennis-warehouse.com/Pacific_X_Feel_Pro_90_Vacuum/descpageRCPACIFIC-PXFLP.html ปรากฎว่าสังเกตเห็นสองอย่าง

1. เป็นไม้ TW Exclusive เพราะฉะนั้นไม่น่าจะมีขายที่อื่น แล้วก็ Limited Supply ด้วย หมดแล้วหมดเลย
2. ราคาลดลงแล้ว จาก 219 USD เหลือ 199 USD แถมเอ็น Classic Gut/Poly Soft hybrid

เนื่องจากได้ลองเล่นแป๊บเดียวก็เลยขอ feedback แบบสั้นๆละกัน

Pacific X Feel Pro 90 เป็นไม้หน้า 90 ที่ "ตีมันส์" และ "ซ่อนน้ำหนัก" ได้ดีมาก มันน่าสนใจตรงที่เป็นไม้ Mid-Sized ที่มีสไตล์ "ตีมันส์" ของไม้ Mid-Plus อย่างพวก Head Radical MP, Wilson KBlade 98, Babolat Pure Storm หรือ Dunlop Biomimetic 300 Tour อยู่ในร่างที่เล็กลง หน้าไม้เรียวยาวมีความคล่องตัวสูงพอๆกับ Volkl PB10 ตีแล้วไม่รู้สึกว่าหนักเหมือน 340-350g ก้านไม้ไม่ได้อ่อนย้วยเหมือน spec ที่บอกว่า stiffness = 59RA เลย จริงๆแล้วน่าจะ 63-67RA ด้วยซ้ำไป เวลา volley ให้ความรู้สึกที่ firm มากๆ ไม้ไม่ค่อยสะบัดหรือกระพือเวลาตีหลุด sweet spot ไม่เหมือนกับตัวไม้ต้นแบบ Fischer Vacuum Pro 90 ซึ่งอ่อนกว่าและสั่นกระพือมากกว่า ส่วน feel เวลาตี groundstroke มันส์อย่างที่บอกไว้ข้างต้น แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกแน่นตันเหมือน Fischer Vacuum Pro 90 ตัวดั้งเดิม (แต่ก็ถือว่าแน่นกว่าไม้รุ่นใหม่ๆที่ให้สไตล์ All-Court คล้ายๆกันเช่น Babolat Pure Storm หรือ Dunlop Biomimetic 300 Tour) ไม้ตัวนี้เหมาะกับคนที่ซวิงเร็วเน้นข้อมือครับ แต่ถ้าชอบซวิงช้าๆยาวๆเน้น plow-thru ก็ไป Fischer Vacuum Pro 90 ตัวดั้งเดิมจะเหมาะกว่าครับ

Monday, June 6, 2011

DONNAX X-Dual Gold 94

Rating:★★★★★
Category:Other
วันนี้มีรีวิวของ DONNAY X-Dual Gold 94 มาฝากกันก่อนนอน เป็นรีวิวจาก user คนอื่นล้วนๆ ผมเองเพิ่งจะได้ไม้คืนมาแล้วก็จะทดลองในวันศุกร์นี้ ครับ



ข้อมูลเชิงเทคนิค:
ขนาดหน้าไม้: 94 ตารางนิ้ว
น้ำหนักไม่รวมเอ็น: 310 กรัม
บาลานซ์ไม่รวมเอ็น: 315มม.
น้ำหนักรวมเอ็น: 11.5oz
บาลานซ์รวมเอ็น: 5 Points HL
น้ำหนักซวิงรวมเอ็น: 318
แพ็ทเทิร์นของเอ็น: 16x19
ความแข็ง (RDC): 64
วัสดุด้ามจับ: Cushion
ความตึงเอ็น: 50lbs (+/- 5)
ความหนาของเฟรม (หัว/คอ/ก้าน): 15/18/17 มม.
ความยาว: 27 นิ้ว

Dual Core คืออะไร
Dual Core คือกระบวนการผลิตแร็กเก็ตใหม่ที่ทำให้ผลลัพธ์รวมในเรื่องของ พาวเวอร์ที่สูงขึ้น หน้าไม้มั่นคงขึ้น ความนุ่มนวลสบายมือมากขึ้น และขยาย sweet spot ให้ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับแร็กเก็ตอื่นๆ จุดอ่อนของแร็กเก็ตโดยทั่วๆไปจะอยู่ตรงที่รอยเชื่อมต่อระหว่างชิ้นส่วนของ Throat บริเวณ 6 นาฬิกา ที่ถูกติดตั้งภายหลังจากที่การหล่อโครงแร็กเก็ตเสร็จเรียบร้อย ซึ่งตรงจุดนี้ก่อให้เกิดการสูญเสียพลังงานที่ถูกส่งขึ้นมาจากด้ามแร็กเก็ตมาสู่หน้าไม้ ผลลัพธ์คือการสูญเสีย พาวเวอร์ ความมั่นคงของหน้าไม้ และ ความนุ่มนวล กระบวนการ Dual Core ขจัดจุดอ่อนของการเชื่อมชิ้นส่วน Throat โดยการหล่อชิ้นส่วนหน้าไม้ด้วยวัสดุที่ทนแรงดึงสูงเป็นชิ้นเดียวกัน นอกจากโครงสร้างแบบ Unibody ของแร็กเก็ตจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของไม้แล้ว ยังช่วยในเรื่องของการลดการสูญเสียพลังงาน ผลลัพธ์คือ พาวเวอร์สูงขึ้น ความมั่นคงและนุ่มนวลของหน้าไม้มากขึ้น



จุดเด่นที่ทาง Donnay เคลมคือโครงสร้างแบบ Dual Core ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อลด shock ปริมาณมากที่อาจจะลามเข้ามาสู่ ข้อมือ ข้อศอก และ หัวไหล่ โดยเฉพาะ


X-Dual Gold 94 Review by User #1:
ตอนนี้ผมกำลังลองไม้ Donnay X-Gold 94 อยู่ ซึ่งในเรื่องของความ Stable ถือว่าดีมาก ขนาดไม่มี Weight Slide และการถ่วงอื่นๆ แต่เดี๋ยวผมขอลองปรับเอ็นอีกหน่อย เพราะตอนนี้รู้สึกบางอย่างเกี่ยวกับไม้ ในเรื่องของ Sweet spot ที่มันแปลกๆ คือ Sweet spot มันอยู่เหนือกลางไม้ไปค่อนข้างมาก ซึ่งทำให้เกิดอาการแป๊กขอบไม้ (10 - 2 นาฬิกา ตามเข็มนาฬิกา) ส่วนเรื่องของ Paint Job ผมคิดว่าสุดยอดมากๆ ถ้านำสีดำด้านมาใช้กับโทนสีเจ็บๆ อย่าง X-Blue / X-Orange / X-Yellow น่าจะดี

ทดสอบภาคสนาม:
เมื่อผมได้ทราบว่าจะเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ได้สัมผัสและทดลองเจ้า X-Gold ผมรู้สึกดีใจมาก เมื่อผมได้เห็นตัวจริงสิ่งแรกที่เตะตาผมมากคือ Paint Job สีทอง สีดำด้าน และสีขาว ซึ่งมันแสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายแต่ดูโดดเด่น พอได้จับผมรู้สึกว่าไม้มันหนักและแน่น แตกต่างจาก X-Series รุ่นก่อน สีดำด้านทำออกมาได้สวยมากๆ ผิวคล้ายๆกับ Head I Prestige สีขาวที่ทำ Logo ดูดี คงทน ยิ่งดูสีทองที่ทำออกมานั้นคุณภาพของสีแตกต่างจาก X-Series รุ่นก่อน อย่างเห็นได้ชัดเจน สีเนียน ดูคงทน และสวยงามมาก ส่วนใครที่คิดว่าสีที่ขอบไม้จะลอกออกเหมือน Wilson K90 ต้องลืมไปได้เลย เพราะผมก็แป๊กขอบไปหลายรอบในช่วงปรับไม้ แต่สีดำด้านและสีทอง ยังคงติดคงทนสวยงามเหมือนเดิม

Groundstrokes:
ผมเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ไม่มี Weight Slide และ Butt cap Weight ติดมาให้ผมได้ทดลอง แต่เท่าที่ได้ทดลองในเรื่องของ Groundstroke นั้น X-Gold ทำได้ดีมากๆ หน้าไม้นิ่งกว่าเดิม (ผมเคยลอง X-Blue 94 กับ X-Black 94 พร้อมถ่วงน้ำหนักมาก่อน) speed ball นั้นค่อนข้างดีมาก ผมรู้สึกว่า X-Gold Feel เหมือน N Six-one 90 เพราะ 1.) pattern 16x19 2.) Feel ออกไปทางเงียบ นิ่ง น้ำหนัก Start Weight 310 g และ Stiffness 67 RA ทำให้ X-Gold เป็นไม้ที่ครบเครื่องเหมาะกับ All Court

Serve & Volley:
หน้าไม้นิ่งและแน่น มีความคล่องตัวในการเล่น ทำให้สามารถเข้าไปเซตท่าได้อย่างสบาย ยิ่งตอน Smash ผมชอบมากๆ เพราะสามารถเร่งหัวไม้ได้เร็ว ส่วนเรื่องของการเสิร์ฟนั้น จากการที่หัวไม้เบานั้น คนที่ชอบเสิร์ฟแบบปั่นๆ คิ๊กเสิร์ฟ หรือ ทวิสต์เสิร์ฟนั้นคงจะชื่นชอบเป็นพิเศษ

Overall:
ด้วยความหนักแน่นที่มากขึ้นแต่ยังมีความคล่องตัวที่เป็นจุดเด่นของ Donnay นั้น ผมคิดว่า X-Gold เหมาะกับการเล่น All Court หรือ ยิงนำแล้วขึ้นไปซ้ำหน้าเน็ต มากที่สุด และด้วยคุณภาพสีที่เปลี่ยนไป การนำเอาสีดำด้านมาใช้ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการเป็นรอยเล็กๆน้อยๆ ทำให้การเล่นสีดูเด่นขึ้น สวยแบบเรียบง่าย และคงทนอีกด้วย



X-Dual Gold 94 Review by User #2:
ผมเวลาตีไม่ได้มากก็เลยได้ลองหลักๆ 2 อันคือ Pro Stock PT5A (16x19) กับ X-Dual Gold 94 โดยเปรียบเทียบกับ Wilson Pro Staff 90

Ground Stroke:
Overview ทั้ง PT57A และ Gold94 ให้ความรู้สึกที่ไม้อุ้มลูกดีมากกว่า PS ที่ใช้อยู่มาก แต่ความรู้สึกเวลาที่ไม้ดีดตัวกลับทาง Gold94 ทำได้ดีกว่า PT57A อยู่บ้าง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่ามันอ่อนไปสักหน่อย Forehand/Backhand ความคล่องตัวผมยังคงให้ PS90 > PT57A > Gold94 ครับ ซึ่งทางผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่าหน้าไม้ที่เล็กกว่า

Spin:
ทั้ง PT57A เหนือกว่า Gold94 ครับการ control สามารถทำได้ดี spin อาจจะด้อยกว่า Gold94 ไปสักหน่อย

Volley/Slice:
ในจุดนี้ผมยังให้ทาง PT57A เหนือกว่า Gold 94 ในส่วนของความคล่องตัว แต่ Gold จะเหนือกว่า PT ในเรื่องของการ control อยู่ จะเอาลึก เลียด control ได้ตามต้องการ

Serve:
ไม่ได้ลองมากไม่ขอวิจารณ์ครับ

Summary:
Cosmetic: ผมชอบการทำ texture ของ Gold94 มากกว่า Blue อีกครับไม่รู้ว่า feedback จะเหมือนคนอื่นหรือเปล่า เพราะว่าที่เจอมาคือไปเล่นตอนช่วงบ่ายปรากฎว่าแดดส่งไปโดนไม้แล้วมันสะท้อนเข้าตาด้วยครับ จุดที่ยังอยากให้ปรับในส่วน ของ Donnay น่าจะเป็นส่วนของ Balance อยากให้มาทางด้ามอีกนิดนึง และให้เพิ่มความแข็งของก้านไม้อีกสักหน่อยให้เท่าๆกับ PT57A ก็จะดีมากเลยครับ

X-Dual Gold 94 Review by User #3:
Men's Journal Magazine ก็ได้ร่วมทดสอบด้วยเช่นกัน แต่เป็นที่อเมริกา คนทดสอบคือ Rick Leach ซึ่งเป็นแชมป์คู่ Wimbledon ในอดีต เค้าก็ให้ Donnay X-Dual Gold 94 เป็นหนึ่งในหกแร็กเก็ตรุ่นใหม่ที่ดีที่สุดครับ http://www.mensjournal.com/racket-report

"Only 15mm at its thinnest point, this Donnay’s variable beam gives it an aerodynamic advantage over wide-body rackets — and a look that’s pure throwback. ON THE COURT: “It’s a different feel from anything I’m used to,” says Leach. “The frame cuts through the air like a Ferrari.” It should bring a good player more topspin and better volleying, but “you need to have solid mechanics to get the most out of this stick.” BEST FOR: The player who likes to work the angles."



Update 06.08.2011:
เมื่อคืนอดใจไม่ได้ แอบแวะไปลอง X-Dual Gold 94 มาจนได้ ผมขึ้นเอ็น Solinco Vanquish 16 ไว้ที่ 55 lbs เพื่อทดสอบ feel ที่แท้จริงของไม้ตัวนี้ หลังจากตีมาชั่วโมงนึงผมว่า โครงสร้างแบบ Dual Core เวิร์คตามที่คุยไว้นะ

First Impression: งานสีเนี๊ยบใช้ได้ สีดำตัดกับทองดูคลาสสิกดี เฟรมบางและตัน เวลาเคาะๆแล้วเหมือนเคาะก้านไม้กอล์ฟ ผมชอบไม้ตันๆเพราะเวลาตีหลุดมาใกล้ๆขอบไม้แล้วหน้าไม้ไม้บิดมากมาย ตัวแร็กเก็ตไม่ได้มาพร้อมกับ Customization Kit เหมือน X-Series แต่ก็ถูกออกแบบไว้ให้รองรับกับการเปลี่ยน Slide Weight และ Butt Cap ส่วน Balance เดิมยัง head light ไม่ค่อยพอผมเลยถ่วงเพิ่มท้ายอีก 10g ส่วน base grip เป็น synthetic ก็นุ่มเกินไปถ้าได้เป็นหนังจะดีกว่า

Groundstroke: "Clean & Comfort" น่าจะเป็นคำอธิบายได้ดีที่สุด แรกๆตีหลุดมากมายเพราะ power มันเยอะ แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือมันตี "ง่าย" กว่าไม้หน้า 95 ตัวอื่นๆหรือแม้กระทั้ง X-Series ที่ลองมาอย่างชัดเจน คือไม่ต้องตั้งใจเล็งมาก ก็เหมือนตีโดน sweet spot ตลอด ครั้งสุดท้ายที่จำได้ว่าไม้ที่ให้ Clean Feel ทั้ง forehand และ backhand แบบนี้คือ Head Radical OS 107 ซึ่งขนาดหน้าไม้ต่างกันถึง 12 sq.in หลังจากพอที่เริ่มปรับวงได้ก็เริ่มอัดได้แรงขึ้น สปีดบอลดีครับ แต่ก็ไม่หนักหน่วงเท่า Platinum 99

Feel & Stability: แน่น นิ่ง และ นุ่มมากๆ บางคนบอกนุ่มเกิน เงียบด้วย ไม่ดิบเท่าพวก X-Series ต้องอัดกันแรงๆถึงจะรู้สึกว่ามี feel แน่นๆซ่อนอยู่ +++ สิ่งพิเศษที่รู้สึกได้จาก X-Dual Gold 94 คือ หน้าไม้อุ้มลูกดีมาก และยังให้ power ที่ดีมากๆในขณะเดียวกัน ซึ่งปกติไม้ที่อุ้มลูกดีๆ (long dwell time) อย่าง Head PC600 จะมี power น้อย การที่ไม้อุ้มลูกนานกว่าจะทำให้ช่วยในเรื่องการคอนโทรลทิศทางได้ง่าย +++ หลังจากที่ลูกดีดตัวออกไปแล้วหน้าไม้ยังคงความนิ่งได้ดีมากๆ ไม่รู้สึกสะท้านแต่อย่างใด

Power: มากกว่าไม้ Mid Plus ทั่วๆไปแน่นอน แต่มันเป็น power ที่ control หวังผลได้ อย่างที่บอกว่าหน้าไม้มันอุ้มลูกได้ดีก่อนที่จะดีดลูกออกไปทำให้ยังสามารถคุมทิศทางได้ ไม่ได้เด้งดึ๋งดั๋งจนเอาไม่อยู่ ถามว่าไม้ตัวนี้มี plow-thru ที่ดีหรือไม่ (Plow-Thru คือการซวิงยาวปะทะลูกช้าๆ โดยไม่รู้สึกเหมือนมีแรงต้านจากลูก แล้วลูกพุ่งไปถึงเส้นหลังเอง ) ผมว่างั้นๆครับ มันเหมาะกับการฟาดแรงๆมากกว่า เพราะหัวไม้เร็วมาก ถ้าชอบสไตล์ plow-thru ต้องไป X-Series ใครที่ตี groundstroke ดุๆน่าจะชอบ X-Dual Gold 94 ตัวนี้ เพราะใส่ได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเข้า sweet spot หรือไม่

Volley: ยังไม่ได้ลองเยอะ แต่เท่าที่ลองๆมาก็ถือว่าโอเคครับ แต่ขาด feel ไปนิด ผมชอบ volley จากไม้ X-Series มากกว่า เช่น X-Orange 99 หรือ X-Blue 94

Spin/Slice: ยังไม่ได้ลองมากครับ

เดี๋ยววันศุกร์ไปลองอีกทีแล้วจะมาอัพเดทครับ

Sunday, May 22, 2011

DONNAY X-Orange 99

Rating:★★★★
Category:Other
ครั้งนี้เป็นการทดลอง DONNAY X-Orange 99 ครั้งที่ 2 ของผมแล้ว ครั้งแรกเมื่อตอนตุลาคมปีที่แล้ว ตอนนั้นมีไม้ลอง 10 กว่าตัวมั่วไปหมด เลยยังจับ feel ของ X-Orange 99 ไม่ได้ แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้ลองตีไม้ตัวนี้ไปครั้งรวมๆแล้วก็สองชั่วโมงกว่า ได้ผลดังนี้ครับ



Set-Up: ผมไม่ได้ถ่วงไม้ด้วย Slide Weight และ butt cap แต่อย่างได แต่จะพิเศษที่เอ็นนิดนึงคือผมได้เอ็น prototype ซึ่งเป็นเอ็น poly ขนาด 16L หน้าตัดห้าเหลี่ยมที่มีคุณสมบัติคล้ายกับ Solinco Tour Bite แต่นุ่มกว่านิดนึง แล้วก็มีสีสันที่สะดุดตามาก



Ground stroke: X-Orange 99 ไม่ใช่ไม้สำหรับการตีแบบแรลลี่นานๆแน่นอน เพราะว่ามันเป็นไม้ที่ stiff มาก ถึงแม้ว่า stiffness rating (70RA) จะเท่ากับ X-Platinum 99 Ground stroke ของ X-Orange 99 หนักแน่น plow-thru สูงเมื่อเทียบกับไม้ 300g ตัวอื่นๆ แต่มันก็ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนไม้ Donnay ตัวอื่นๆเช่น Red 99, Blue 99 และ Black 99 โดยรวมผมว่า feel มันออกแข็งๆนิ่งๆ แต่ก็ไม่มีอาการกระด้างสะท้านแต่อย่างใด อารมณ์คล้ายๆกับ Head Speed Pro แต่ X-Orange 99 ให้ feel มากกว่า สปีดบอลที่ออกจากหน้าไม้ถือว่าเด็ดขาดใช้ได้ โดยเฉพาะ forehand ลูก ground stroke วิ่งไปได้ลึกถึงเส้น baseline อย่างไรก็ตาม X-Orange 99 ยังขาดรสชาดในการตี ground stroke จาก baseline ซึ่งไม้ที่อ่อนกว่าจะทำได้ดีกว่า ส่วน Backhand ผมไม่ค่อยได้ตีเพราะ Orange 99 มันยั่วให้อ้อมมาตีลูก forehand มากกว่า พยายามจะลอง backhand มือเดียวเหมือนกันแต่ไม่ค่อยเข้ากรอบเท่าไหร่ backhand สองมือยังโอเคกว่า อารมณ์เหมือนตอนพยายามตี backhand มือเดียวกับไม้ Babolat Pure Drive เลย... เอาเป็นว่าไม้ตัวนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการความเด็ดขาดของ forehand เพื่อจบแต้มเร็วๆมากกว่าการยื้อ ground storke นานๆครับ

Feel & Power: คล้ายๆกับไม้ DONNAY X-Series ตัวอื่นๆครับ ถ้าเทียบ X-Orange 99 จะให้ feel ที่คมกว่า X-Platinum 99 ซึ่งจะออกมาทางนุ่มนวลสบายแขน นอกจากนี้เสียงฟาดบอลดังได้ใจดีด้วย พวกบ้าพลังน่าจะชอบ ในแง่ Power ผมว่าสูงกว่าตัว X-Yellow 99 แต่น้อยกว่า X-Dual Platinum 99 ครับ แต่มันก็มี power ที่เด็ดขาดเพียงพอที่จะยิง forehand winner แบบหวังผลได้ เด็กแข่งหลายๆคนบอกว่าเอกลักษณ์อย่างนึงของไม้ DONNAY เมื่อเทียบกับไม้อื่นๆคือ "ลูกพุ่งกว่า" ดู Power Map ด้านล่างครับ

Power Map




Volley: เยี่ยมครับ การตี volley ทำได้เนียนและหนักแน่นกว่า X-Yellow 99 หน้าไม้มีความคล่องตัวสูงและนิ่งมากช่วยให้การตี volley ได้คงเส้นคงวา แต่ก็ยังไม่เท่า X-Blue 94 ข้อแตกต่างคือ X-Orange 99 จะให้ feel ที่คมกว่าในขณะที่ X-Blue 94 จะออกนุ่มๆ (คล้าย feel ของ Wilson Pro Staff) จริงๆแล้วผมชอบ volley ของ X-Orange 99 มากกว่า groundstroke ซะอีก ไม่รู้สิ feel & sound ของ X-Orange 99 มันช่วยกระตุ้นหัวใจดี :)

Spin/Slice: ดีครับแต่ไม่โดดเด่นเท่า X-Yellow 99 แต่ก็ดีกว่าไม้ All-Court ในกลุ่มเดียวกันอันได้แก่ Head Radical MP, Dunlop 300 Tour, Babolat Pure Storm, หรือ Head Speed Pro ส่วน Slice ก็ถือว่าโอเค ลูกมีเหินนิดๆเพราะไม้มันแข็ง power เลยเกินๆไปนิดนึง

Summary: X-Orange 99 ถือว่าเป็นไม้เฉพาะทางครับ เหมาะกับคนที่ชอบความเด็ดขาดในเกม จบแต้มเร็วประมาณ Serve & Volley หรือไม่ก็ Aggressive All-Court แต่ที่แน่ๆมันก็ไม่ใช่เป็นไม้สำหรับคอ baseline 100% อย่างแน่นอน จุดเด่นอยู่ที่การยิง forehand winner ที่เด็ดขาดดีครับ แต่นั่นก็ต้องอาศัยความไวและ footwork ของผู้เล่นในการเข้าบอลด้วยนะ feel & sound ของ X-Orange 99 มีส่วนช่วยเพิ่มความมันส์และกระตุ้นให้ขาเคลื่อนที่ตลอดเวลา (รู้สึก Forever Young ตลอดเวลา) ใครที่กำลังหาไม้ใหม่มาแทน Head Radical MP, Dunlop 300 Tour, Babolat Pure Storm หรือ Head Speed Pro ก็น่าจะลอง DONNAY X-Orange 99 ดูครับ

DONNAY X-Yellow 99

Rating:★★★★★
Category:Other
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนตั้งใจว่าจะเอา DONNAY X-Yellow 99 กับ X-Dual Silver Lite ไปเล่นเปรียบเทียบกันแต่ปรากฎว่าดันไปติดใจใน feel & flex ของ X-Yellow เลยเล่นไม้นี้ไปอย่างเดียวเต็มเหยียด 2 ชั่วโมง แล้วก็เผอิญว่าเอ็นบน Silver Lite ม้นตายไปแล้วด้วยก็เลยไม่ได้เล่นอะไรมากมายนัก



Set-Up: ผมขึ้นเอ็นใหม่เลยครับ ด้วย Solinco Tour Bite ที่ 55 lbs เพราะฉะนั้นความสด ความเด้ง และ ความคมยังมีอยู่ครบ แล้วผมก็ไม่ได้ถ่วง butt cap และ ติด Slide Weight ด้วย

Ground Stroke: ผมเริ่มด้วยการตี ground stroke ด้วยสปีดบอลตั้งแต่ช้าไปถึงเร็ว X-Yellow 99 น่าจะเหมาะกับสปีดช้าจนถึงปานกลาง เพราะว่าไม้น้ำหนักเบาไม่มีมวลพอที่จะต้านบอลแรงๆได้ดีเหมือน Red 99 หรือ Blue 99 ซึ่งจะเหมาะกับการตี fast & heavy groundstroke มากกว่า แต่ข้อได้เปรียบของเฟรมที่บางช่วยให้เร่งหัวไม้ได้ง่ายมาก ใครที่ตีสปินน่าจะชอบ ตอนบอลกระทบเอ็นให้ feel ที่แน่นและเต็มกว่าไม้น้ำหนักเบาตัวอื่นๆ การคอนโทรลบอลจากมุมนึงไปอีกมุมนึงทำได้ง่ายมาก แต่ผมต้องเปลี่ยนวิธีการจับกริปนิดนึง คือเมื่อก่อนผมตีแต่ไม้หนักอย่าง X-Blue 99 เลยจับไม้หลวมๆซะปลายสุดเลย แต่พอมาตีไม้เบาลงก็ขยับขึ้นมาประมาณ 1/4" ให้สามารถกำกริปได้แน่นขึ้นและส่งผลให้เปลี่ยนหน้าไม้ได้เร็วขึ้น ไม่รู้ว่าคนอื่นจับกริปแบบนี้หรือเปล่า แต่อย่างน้อยวิธีนี้มัน work กับผมโดยเฉพาะกับ X-Yellow 99

Power: มันไม่ได้มี power มากล้นในการตีแฟลท จริงๆแล้วผมไม่คิดว่าไม้นี้เหมาะกับคนที่ชอบยิงแฟลทเป็นหลักด้วยซ้ำไปเพราะน้ำหนักและ string pattern มันไม่ได้เอื้ออำนวยเท่าไหร่ วิธีในการรีดเอา power จากไม้ตัวนี้คือการตีแบบกึ่งแฟลทกึ่งสปิน โดยเน้นการถ่ายน้ำหนักและการเร่งหัวไม้ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของ X-Yellow 99 ที่น้ำหนักเบาและเฟรมบาง โดยปกติผมใช้ไม้หนักๆซึ่งน้ำหนักไม้จะช่วยเสริม power แต่พอมาตีไม้เบาขึ้นผมต้องโถมตัวตีมากขึ้น จะมายืนตีนิ่งๆชิลๆไม่ได้แล้ว ก็ดีครับ X-Yellow 99 ถือว่าเป็นเครื่องลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว :) ในแง่ของการบล็อคลูกหนักจากฝั่งตรงข้าม X-Yellow 99 สามารถทำได้ดีเหมือนไม้หนักๆครับ

Power Map


Spin: สปินเป็นไฮไลท์ของ X-Yellow 99 ครับ ผมตีสปินที่ระดับเข่าและเอวได้ดีเหมือนกับตอนที่ใช้ Babolat AeroPro Drive GT แต่ผมได้ ball feel ที่ดีกว่าจาก X-Yellow 99 เนื่องจากบอลจมอยู่ในหน้าไม้นานกว่า AeroPro Drive GT ซี่ง feel แบบนี้หาไม่ได้ในไม้สปินตัวอื่นๆเช่น Babolat AeroPro Drive GT, Head Extreme MP หรือ Prince EXO3 Tour ไม้ที่ให้ feel ที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Head Speed Pro แต่นั่นก็หนักเกิน

Volley/Slice: หลายๆคนอาจมีคำถามว่า X-Yellow มัน volley ไม่ดีจริงหรือ ผมก็ทดสอบตัวนี้อยู่นานเหมือนกัน X-Yellow 99 ไม่ได้ volley ได้สุดยอดเหมือน X-Blue 94 หรือ Wilson Pro Staff มันคนละอารมณ์เลย ถ้าชอบ volley แบบกำไม้หลวมๆตีเนียนๆวางลูกแม่นๆก็ต้องยกให้ X-Blue 94 แต่ถ้าชอบกำไม้แน่นๆและหลอกหน้าไม้เคาะ volley ลึกๆผมว่า X-Yellow มันส์กว่า เนื่องจากว่ามันเป็นไม้ที่น้ำหนักเบา ความคล่องตัวในการเปลี่ยนหน้าไม้เลยสูงตามไปด้วย ถามว่า Stable มั๊ย ถ้าไม่โดน sweet spot ก็มีอาการสั่นครับ แต่ข้อดีคือลูกไม่ปลิ้นหลุดหลังหรือข้างๆ การถ่ายน้ำหนักและ footwork จำเป็นอย่างยิ่งในการตี volley ให้ลึก ส่วน slice ก็ทำได้ดีเช่นกัน ลูกคมวิ่งเลียดเน็ทแต่สปีดไม่สูงเหมือน slice ด้วย X-Blue 94

Summary: DONNAY X-Yellow 99 เป็นไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่ม "ตีมันส์" ตัวนึงในขณะเดียวกันก็เหมาะกับคนที่เล่น Aggressive All-Court ครับ การตีแบบกึ่งแฟลทกึ่งสปินมีประสิทธิภาพดีมาก ตัวแร็กเก็ตทำจากวัสดุผสม XeneCore ทำให้โครงสร้างมีแกนในที่ตันส่งผลให้เพิ่ม feel ในการตีสปินได้มากกว่าไม้สปินตัวอื่นๆ และด้วยความที่มันคล่องตัวมากๆและให้ ball feel ที่ดี การตีลูกจากมุมนึงไปมุมนึงเลยเป็นเรื่องที่ง่าย ผมคิดว่า X-Yellow 99 เป็นไม้ control ที่ดีตัวนึงในกลุ่มไม้เบาด้วยกัน แต่ในเรื่อง power นั้น X-Yellow ต้องอาศัยการถ่ายน้ำหนักมาช่วย ถ้าคาดหวังจะยิงอัด winner แรง ผมว่าไป X-Dual Platinum 99 ดีกว่า คนที่ใช้ Wilson KTour 95, BLX Tour 95, BLX Surge หรือ Dunlop AG500 แล้วต้องการไม้ที่ให้ feel ในการตีที่มากขึ้น แนะนำให้ลอง X-Yellow 99 ครับ



ทดสอบครั้งที่ 2: ผมลองถ่วงด้วย Slide Weight แบบ 3g และเพิ่ม butt cap อีก +10g ผลปรากฎว่าหน้าไม้อืดอย่างเห็นได้ชัด แต่ว่า stability ในการตี volley สูงขึ้นมาก Ground stroke ก็ตีได้หนักหน่วงขึ้น ราบรื่นขึ้น แล้วผมก็รู้สึกว่าไม้อ่อนตัวมากขึ้นด้วย เป็นไปได้ว่าหัวไม้ที่หนักขึ้นอาจจะทำให้รู้สึกว่าไม้อ่อนตัวลงระหว่างตีบอล หลังจากที่ตีไปได้ไม่นานผมคิดว่าตีแบบไม่ถ่วงจะดีกว่า ผมชอบความแน่น เบา และคล่องตัวแบบเดิมๆมากกว่า ถ้าผมต้องถ่วง 16g บนไม้ X-Yellow 99 ผมไปใช้ X-Red 99 ดีกว่า



Tuesday, April 12, 2011

DONNAY X-DUAL CORE ทั้ง 6 รุ่น สำหรับคอเกมพาวเวอร์หนักๆ

Rating:★★★★★
Category:Other
หลังจากที่ผ่านการทดสอบ prototype มาหลายเดือน ตอนนี้ DONNAY ได้ออกไม้เทนนิสตระกูล DUAL CORE มาแล้วครับ DUAL CORE เป็นเทคโนโลยีที่การผลิตแร็กเก็ตแบบสองชิ้น วงใน-วงนอก เพื่อลดรอยต่อบริเวณ bridge ซึ่งมีผลในเรื่องของการเพิ่ม power และขยาย sweet spot ไม้ series นี้เหมาะกับคนที่ชอบตีแบบ crush คือยิงหนักๆจาก baseline เพราะ Dual Core จะให้ feel ที่ solid & firm มากเวลาอัดแรงๆ ที่สำคัญ Dual Core Technology ถูกวาง roadmap ให้เป็นไม้สำหรับผู้เล่นเกม power หนักๆที่มีปัญหาจากการบาดเจ็บไหล่และข้อศอก ตอนนี้ DONNAY กำลังพัฒนา Tripple Core 102 ให้กับผู้เล่นหญิง WTA บางคนที่อยู่ระหว่างการพักฟื้นเพื่อรอการกลับมา

แล้ว DUAL CORE มันต่างกับ X-Series เดิมยังไง
X-Series: เน้น control และ feel ที่แน่น นุ่ม คลาสสิก เหมาะกับผู้ที่ซวิงช้า-ยาว และเน้นวางลุกจากมุมนึงไปอีกมุมนึง
X-Dual: เน้นสบายข้อมือ/แขน ตีง่าย และต้องการ power ที่เด็ดขาด ซวิงสั้น-เร็ว เหมาะกับผู้ที่ต้องการ power ในการยิงวินเนอร์จากท้าย-กลางคอร์ทโดยไม่เสีย feel

ไม้ X-DUAL CORE มีด้วยกัน 6 รุ่น มีทั้งกริป 4-1/4" และ 4-3/8"
1. X-Dual Platinum 99
2. X-Dual Platinum 94
3. X-Dual Gold 99
4. X-Dual Gold 94
5. X-Silver 99
6. X-Silver Lite 99

ไม้รุ่น DUAL CORE ไม่มี weight slide และ butt cap ตัวหนักมาให้นะครับ แต่ Sport Nova มีอะไหล่แยกไว้บริการ

ส่วน spec และรูปดูรายละเอียดด้านล่างครับ









DONNAY X-Platinum 94





DONNAY X-Gold 99



DONNAY X-Silver 99




DONNAY X-Silver Lite 99




เรื่องของน้ำหนักอุปกรณ์เทนนิส ความรู้สึก VS. ข้อเท็จจริง

Rating:★★★★★
Category:Other
สืบเนื่องจากกระทู้ http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=thaitennis&topic=14637 มีข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำหนักของไม้เทนนิส DONNAY ผมเลยวิ่งไปซื้อตาชั่งมาเมื่อหัวค่ำนี้เอง แล้วก็เอาไม้ X-Black และ X-Blue ทั้ง 4 อันของผมมาขึ้นชั่งดู ซึ่งถ้าดูจากสติ๊กเกอร์ actual spec ด้านในไม้ทั้ง 4 ตัวควรจะหนัก 325 กรัม ผลปรากฎว่าน้ำหนักไม้ทั้งสี่ตัวอยู่ในช่วง 328, 328.5 และ 329 กรัม (วัดที่ความละเอียด 0.5g) ทั้งสี่ตัวนี้ผมยังไม่ได้ ถอดพลาสติกหุ้มกริปกับยางรัดแผ่นกระดาษโฆษณาออกไป ซึ่งทั้งสองอันรวมกันก็น่าจะหนักประมาณ 3-4 กรัม (หนักพอๆกับ dampener 1 ตัว) ถ้าเอาไปหักออกจากน้ำหนักไม้ก็น่าจะลงมาอยู่ที่ 325 กรัมตามที่แจ้งครับ

X-Black 94 ตัวที่ 1: 328.5g


X-Black 94 ตัวที่ 2: 329g


X-Blue 94 ตัวที่ 1: 328g


X-Blue 94 ตัวที่ 2: 328.5g


สรุปผลการทดสอบ: ผมคิดว่า QC ในด้านน้ำหนักของไม้ DONNAY อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ คลาดเคลื่อนไปประมาณ 0.05/328 = 0.15% และผลการชั่งน้ำหนักไม้ Dual Core ทั้ง 6 ตัวเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วที่ CV ก็สอดคล้องไปในทางเดียวกัน คนที่ซื้อไม้ X-Series ไปแล้วสบายใจได้ครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าผมจะไปหา X-Blue 99 รุ่นแรกที่หนัก 310 กรัมมาลองชั่งดู ถ้าหาได้แล้วจะแจ้งผลอีกทีครับ

ปล. น้ำหนักไม้เทนนิสในท้องตลาดส่วนใหญ่จะเป็น Average Weight เนื่องจากไม่มีใครสามารถทำน้ำหนักออกมาได้เป๊ะๆตามที่ระบุ Yonex เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่บอกน้ำหนักเป็น Average Weight อย่างชัดเจนบนไม้ ส่วน DONNAY จะบอกเป็นน้ำหนักเริ่มต้น (Start Weight) กับน้ำหนักจริง (Actual Weight)

ความคิดเห็นส่วนตัว: น้ำหนักของไม้เป็นเพียงหนึ่งใน guideline อย่างนึงที่ใช้ในการพิจารณาเลือกอุปกรณ์เทนนิส มันไม่สามารถบอกได้อย่างเจาะจงว่าน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม ต้องลองเอาออกไปเล่นเองครับ เวลาหยิบมาถือจะรู้สึกแบบนึง แต่พอเอาไปลองเล่น อาจจะรู้สึกตรงกันข้ามก็ได้ จากที่ลองมาหลายไม้ รูปร่างไม้+บาลานซ์ มีผลต่อความยาก-ง่ายในการเล่นมากกว่าน้ำหนัก ผมเคยเล่นไม้ของ Berdych และ PT57E เปรียบเทียบกัน เป็นที่ชัดเจนว่าไม้ Berdych เล่นแล้ว "รู้สึก" ว่ามันซวิงยากกว่าในขณะที่ PT57E ซวิงได้ลื่นไหลมาก และเมื่อเอาไม้ทั้งสองมาชั่งเพื่อหา "ข้อเท็จจริง" แล้วพบว่า ไม้ Berdych หนักแค่ 337g ในขณะที่ PT57E หนัก 360g ซึ่งข้อเท็จจริงมันขัดแย้งกับความรู้สึกมากๆ เพราะฉะนั้นผมถึงได้ย้ำหลายครั้งว่าให้ไปลองไม้ก่อนซื้อเวลาที่ถูกถามว่าไม้ xxxxx มันเป็นยังไง

ส่วนอุปกรณ์อื่นๆของ DONNAY ผมก็เอามาชั่งด้วยเหมือนกัน

Slide Weight ชุดใหม่ที่ข้างนอกเป็นพลาสติก ข้างในเป็นตะกั่ว หนักชิ้นละ 3 กรัม เป๊ะๆ หลังจากนี้ไม้ DONNAY จะไม่มี Weight Slide แบบยาวๆกับ Butt Cap ปรับน้ำหนักมาให้แล้วนะครับ แต่จะมีเป็นอุปกรณ์เสริมแยกต่างหาก




ผมว่า DONNAY เค้าใส่ใจเรื่องน้ำหนักไม้มากๆ pallet ทุกชิ้นยังต้องมีน้ำหนักกำกับไว้ซึ่งก็น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมน้ำหนักไม้ DONNAY ถึงคลาดเคลื่อนแค่ 0.15%


ฝาปิด Butt Cap ทั้ง 3 น้ำหนัก:




ถ้าซีเรียสเรื่องน้ำหนักจริงๆ ผมแนะนำให้มาดูที่ strung weight ดีกว่าซึ่งมันเป็นน้ำหนักรวมหลังจากขึ้นเอ็น ติด dampener หรือ power pad และ พัน overgrip เรียบร้อยแล้วดีกว่า

ไม้ Federer ซึ่งเป็นไม้ pro stock ทำพิเศษที่ประสิทธิภาพสูงกว่าไม้ในท้องตลาด ก่อนผ่านกันปรับแต่งหนักไม่เท่ากันสักตัว ลองดูภาพด้านล่างว่าเค้าติดตะกั่วที่หัวสั้นยาวแตกต่างกันออกไป แต่พอ Priority One Tennis เอามาแต่ง ทุกตัวมี strung weight ที่ 365 เท่ากันทุกตัว





ที่มา: http://www.p1tennis.com/media

หลังผ่านการปรับแต่งหนัก 365g




ที่มา: http://www.globaltennisforum.com/roger-federer/45-actual-weight-balance-roger-federers-racquet.html

ส่วนไม้ Babolat AeroPro Drive GT ที่คนไทยใช้กันอยู่ (ทั้งของจริงและปลอม) หนักประมาณ 300g unstrung ในขณะไม้ที่ Nadal ใช้หนัก 311g unstrung แต่ถ้าขึ้นเอ็นไปก็หนัก 335g




ที่มา: http://tt.tennis-warehouse.com/showthread.php?t=365315