Pages

Showing posts with label babolat. Show all posts
Showing posts with label babolat. Show all posts

Friday, March 4, 2011

Babolat ProPulse 3

Rating:★★★★
Category:Other
เมื่อวานเอา Babolat ProPulse 3 ไปลองที่ CV อยู่ 4 ชม. มีผลคร่าวๆดังนี้ครับ



ภายนอก: 10/10 ดูแล้วกระฉากวัยอย่างได้ใจ ก่อนออกจากบ้านแม่ผมยังหยิบมาดูเลย ลวดลายดุดันฉีกแนวดั้งเดิมของ Adidas Barricade และความเรียบง่ายของ Nike Vapor ความเรียบร้อยของการตัดเย็บถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับ Adidas ครับ กาวไม่มีเลอะเยิ้่ม นอกคอร์ทใส่กับยีนส์ก็ยังดูดี

ขนาดและความฟิต: ให้ 10/10 ครับ ความกว้างของ Toe Box เบอร์ 9.5 ของ Babolat จะเท่าๆกับ 9.5 ของ mi Adidas Barricade 5 แต่ใหญ่กว่า Barricade 6 เนื่องจากขนาดเท้าที่กว้างกว่า ถ้าใครใส่ Barricade 6 เบอร์อะไรควรจะใส่ ProPulse 3 เล็กกว่าครึ่งเบอร์ครับ ผมอ่าน review จาก TW มาก่อนก็เตรียมทำใจเรื่องรองเท้ากัด แต่พอเอาไปลองจริงยังไม่เจอปัญหานี้นะ จะรู้สึกก็บริเวณด้านหลังที่มันจิกด้านหลังตาตุ่มนิดๆแต่ก็ไม่กัดครับ

การโอบอุ้มหลังเท้า: ให้ 10/10 เช่นครับ Upper Sole ของ ProPulse 3 ให้ความนุ่มนวลโอบรับเท้าได้ดีกว่าทุกๆรองเท้าที่ลองมา (Glove-Like Feel) ไม่แข็งเหมือน Barricade 6 ทั้งๆที่วัสดุส่วนบนเป็น PVC เหมือนกัน รองเท้าสวมใส่ง่าย แต่ระบบเชือกผูก (Lacing System) ยังเป็นรอง Nike Vapor ที่สามารถถอดใส่ได้เร็วมาก เข็มขัดรัดข้อเท้าและด้านหน้าช่วยให้อำนวยความสะดวกในการให้รองเท้ากระชับหลังผูกเชือกระหว่างการเล่น อันนี้ work ไม่ใช่ gimmick แน่นอนครับ

การเกาะพื้นผิวคอร์ท: 10/10 ระหว่างวิ่งๆหยุดๆ รองเท้าให้ความรู้สึกว่าเบาสบายคล่องแคล่วกว่า Barricade 5 & 6 และการเกาะพื้นคอร์ทที่ดีในระดับที่ดีมาก (จริงๆแล้วพื้นคอร์ท CV มันก็หนึบอยู่แล้วส่วนนึง เดี๋ยวต้องเอาไปลองคอร์ทปูนลื่นๆ) ตอนแรกเห็นดอกยางบางๆ นึกว่าจะไม่ค่อยเกาะ แต่ผมว่ามันก็พื้นคอร์ทได้ดีพอๆกับ Barricade นี่แหละครับ

ความมั่นคง: 9/10 การป้องกันด้านข้างในระหว่างที่วิ่งและหยุดซ้าย-ขวายังเป็นรอง mi Adidas Barricade 5 แต่ถ้าให้เลือกระหว่างตัวนี้กับ Barricade 6 ผมเลือก ProPulse 3 แน่นอน เพราะอย่างน้อยไม่บีบปลายเท้า ถ้าบริเวณ Toe Box เสริมด้านข้างให้แข็งอีกนิดนึงเหมือน Barricade ก็จะดีมาก

การรองรับแรงกระแทก: 8/10 เนื่องจากรองเท้าตัวนี้ถูกออกแบบให้เป็นรองเท้าแนว Low Profile - Fast Feeling คล้ายๆกับรองเท้าวิ่ง หรือประมาณ Nike Vapour, Asics Gel Resolution เพราะฉะนั้นพื้นค่อนข้างบางและเรียบ บางและเรียบแบนพอๆกับ Nike Vapor แต่ผมว่าพื้นบางไปหน่อยสำหรับคนน้ำหนักเยอะอย่างผมครับ ถ้าจะให้ดีอาจจะต้อง 1.) ใส่ถุงเท้าที่หนาขึ้น หรือ 2.) เปลี่ยนแผ่นรองด้านในหนาขึ้นเพิ่มความนุ่มนวล วันก่อนคุยกับน้องที่ CV เค้าแนะนำให้ไปสั่งทำพื้นรองเท้า ราคาแพงนิดนึงแต่มัน support เท้าได้เข้ารูปดีกว่าเยอะ

บทสรุป: Babolat ProPulse 3 เป็นรองเท้าที่น่าสนใจตัวนึงที่เหมาะกับคน Asia ซึ่งมีหน้าเท้ากว้าง ระบบเข็มขัดสองจุด work มากๆ Upper Sole ของรองเท้าได้จุดเด่นในเรื่องความนุ่มสบายของ mi Adidas Barricade 5 และ Outsole หนึบเกาะพื้นคอร์ทดีใช้ได้และให้ความรู้สึกเบา-คล่องแคล่ว ของ Nike Vapor คนน้ำหนักเยอะอาจจะเจอปัญหาเรื่องการรองรับน้ำหนักบ้างถ้าเล่นเทนนิสวันละหลายๆชั่วโมง แนะนำให้เสริมพื้นดีกว่า ส่วนเรื่องความทนทานผมยังไม่สามารถตอบได้ แต่ตอนนี้พวกเด็กแข่งเริ่มเอาไปใช้กันแล้ว อีก 3 เดือนรู้ผลครับ

Tuesday, May 5, 2009

Babolat Pure Drive GT Standard and Roddick

Rating:★★★
Category:Other
มาแล้วครับ Flagship ตัวล่าสุดของ Babolat คราวนี้ Pure Drive ทำสีฟ้าแปร๋นแสบตามากๆ เห็นในทีวีครั้งแรกก็รู้สึกว่าสีมันไม่เข้าท่าเลย แต่พอได้เห็นตัวจริงก็ปิ๊งเลยครับ แล้วยิ่งตอนนี้อารมณ์ 16x19 กำลังขึ้นด้วย อะไรที่ออกมาใหม่เป็น 16x19 ก็อยากลองไปซะหมด จริงๆแล้วอยากได้ตัว Roddick มากกว่า แต่เผอิญว่าเพื่อนที่เมืองนอกมันอยากได้ตัว Standard เร็วๆ ก็เลยเป็นธุระจัดหาให้ แต่สุดท้ายมันบอกไม่เอาแล้ว ก็เลยต้องเก็บไว้เอง

สีที่สดใสขึ้นทำให้ไม้ดูอ้วนขึ้นเยอะเหมือนกัน ตรงที่เห็นเป็นเงาสะท้อนแสงนั่นไม่ใช่เงาจริงนะครับ แต่เค้าทำสีให้เหมือนกับเป็นเงาจริงๆ


ไม้ตัวนี้ขึ้นกล้องตรงด้านข้างครับ เพราะสัดส่วนสี ฟ้า-ดำ-ขาว มันลงตัวกันมากกว่ามองจากด้านหน้าซึ่งเห็นแต่สีฟ้าเต็มไปหมดอย่างกับท่อ PVC


Quick Review: ผมได้ลอง Pure Drive GT มา 3 ครั้งแล้ว ถ้าเทียบกับ Pure Drive Team (ตัวก่อน Cortex) ผมว่ามันก็คล้ายๆกันในแง่ spec แต่จริงๆแล้วต่างกันเยอะพอสมควร ที่ชัดๆเลยมี 2 เรื่องครับ Power กับ Feel

Power: ข้อแตกต่างที่เห็นชัดๆเลยคือ Power น้อยลงมาก ตี flat นี่ลูกตกสั้นตลอด หรือไม่ก็ติดเน็ตไปเลย ต้องอัดหนักหรือไม่ก็ต้องสปินไปเลย จะว่าไปแล้วเหมือนกับไม้มันบังคับให้เราต้องใส่ top spin ไปด้วย ซึ่งอาจจะดีกับหลายๆคนก็ได้เพราะ Pure Drive ตัวก่อนๆได้ชื่อว่าเป็นไม้ที่ over-power อยู่พอควรจน ลูกเหิน ตีออกหลัง เป็นเรื่องปกติ

Feel: ดีขึ้นแต่ออกมามาทางกระด้างนิดๆ ไม่ค่อยรู้สึกว่า Woofer มันทำให้ไม้เด้งดึ๋งดั๋งเหมือนก่อนแล้ว sweet zone ยังกว้างใหญ่เหมือนเดิม แต่ถ้าตีหลุด sweet zone ไม่พลิกค่อนข้างเยอะ (ไม้ที่ใหญ่กว่าและเบากว่าก็จะพลิกเยอะกว่า) ถามว่าถ้าติดตะกั่วจะช่วยมั๊ย...ผมว่ามันก็ช่วยแหละ คงจะ stable ขึ้นแน่นอน แต่ผมว่าก็ไม่ควรอยู่ดี เพราะไม้มันถูกออกแบบมาให้คุณต้องใส่สปิน ถ้าถ่วงตะกั่วเข้าไปอาจไม่เวิร์คก็ได้

รุ่นนี้ยังมี Cortex ที่ช่วยลด shock อยู่ครับ


รายละเอียดด้านในของคอไม้


ตัวไม้มีการเปลี่ยนวัสดุจาก Graphite + Kevlar มาเป็น Graphite + Tungsten


กริปเป็น Synthetic เหมือนเดิม


บทสรุป: Babolat Pure Drive GT เป็นไม้ที่ผมกล้าพูดได้ว่าเป็นไม้ประเภท low-powered ที่ต้องอาศัยสปินในการปั่นลูกข้ามเน็ท จริงแล้วมันน่าจะหลุดออกจากคำว่า Tweener Racquet ไปได้แล้ว ในบรรดาไม้ Babolat ที่ผมได้ลองๆมาแล้วคิดว่าลงตัวที่สุดคือ Pure Drive Roddick ครับ น้ำหนักที่มากกว่าช่วยให้ไม้ stable กว่ารุ่นธรรมดาเยอะเลย เพราะส่วนใหญ่ผมตี flat แต่คุณเน้นปั่นสปินมากๆโดยไม่ค่อยเน้น feel กับ stability ก็ไป AeroPro Drive เลยครับ แต่ถ้าจะเอาทั้ง flat กับ spin ก็ Pure Drive GT นี่แหละครับ

หรือถ้าอยากลองหาทางเลือกกับไม้ที่น้ำหนักใกล้ๆกัน ผมแนะนำ Boris Becker Pro ครับ ผมเคยรีวิวไว้แล้วที่นี่ http://suppawat.multiply.com/reviews/item/54

Update: เมื่อเช้านี้ได้ลองตี Babolat Pure Drive Roddick GT อยู่พักนึงครับ ตัวนี้ขึ้นเอ็น Pro Hurricane ไว้ โดยรวมผมว่าดีกว่ารุ่น Standard นิดนึงในเรื่อง stability ส่วน power ก็ใข้ได้ มากกว่าตัว Standard อย่างเห็นได้ชัด Swing Weight ก็ไม่มากเกินจนตี Backhand มือเดียวไม่ได้ไป แต่ในเรื่อง Feel ก็ยังคง Hollow เหมือนเดิม ถ้าใครอยากได้ตัวนี้จริงๆ ผมแนะนำเป็น Roddick ตัวเก่าดีกว่าครับ เพราะตัวนั้นเป็น Graphite ผสม Kevlar ซึ่งให้ Feel ที่แน่นกว่าเยอะเลย http://suppawat.multiply.com/reviews/item/7






Friday, May 1, 2009

Babolat Pure Storm Limited (Demo) - The Three Musketeers

Rating:★★★★
Category:Other
มาแล้วครับ Babolat Pure Storm Limited (PSL) ที่เลื่องลือกันมานานตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีขายในเมืองไทยเลย ก็เหมือนกับว่า Babolat หลอกให้อยากแล้วจากไป จนกระทั่งมาขายที่เมืองไทย ความอยากที่ build กันมานานข้ามปีก็ได้หายไป แต่พอดีว่าเมื่อช่วงหลังสงกรานต์ได้ไปล่อซื้อ Technifibre TFight 320 VO2 Max มา ก็เลยได้เจ้า PSL มาให้ลอง demo เป็นของแถม ต้องบอกว่า "ของเค้าดีจริง"

Appearance: ตอนที่ได้ไม้มานั้นก็มืดพอสมควรเลยไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ ก็ได้แค่ลูบๆคลำๆ ก็ผิวเนียนเป็นผู้ดีใช้ได้ แต่พอตื่นเช้ามาถึงได้มีโอกาสจับมาถ่ายรูป โอ้แม้เจ้า...ไม้ตัวนี้ขึ้นกล้องจริงๆครับ หน้าตาหล่อเหลา sexy ติดเรท "ฉ" ได้เลย

ดูกันตัวเต็มๆก่อน สีสันดูแล้วต่างกับสายพันธุ์ Babolat แบบเดิมๆโดยสิ้นเชิง ขนาดหน้าไม้ก็ลดลงมาเหลือ 95 sq.in ถ้าดูแค่ภายนอก PSL ตัวนี้ดูๆแล้วก็ได้เชื้อจากทางบรรพบุรุษไม้ classic รุ่นเก่าๆมาเยอะเหมือนกัน อย่างแรกเลยคือเรื่องสี ดำ เหลือง แดง ขาว (ดูแล้วเยอรมันมากๆ) ซึ่งออกแนวๆ Wilson Pro Staff Classic อย่างที่สองก็คือ Box Beam และสุดท้ายก็กริปหนังที่ถือว่าเป็นสูตรสำเร็จไม้ classic


เปรียบเทียบกับ Classic ตัวพ่อ: Wilson Pro Staff 85 St.Vincent สังเกตที่สี


เปรียบเทียบกับ Classic ตัวอารอง: Wilson Pro Staff 85 China สังเกตที่สี...อีกที


เปรียบเทียบกับ Classic พี่ใหญ่: Wilson K Pro Staff 88 สังเกตที่สี...อีกที...เหมือนเดิมเด๊ะ


และแล้วก็ถึงตาของ Baby Classic: Babolat Pure Storm Limited โทนสี ดำ-แดง-เหลือง-ขาว เหมือนกันเลย แต่ Babolat นี่ติดเหลืองเยอะกว่า


ผมได้เล่นเป็นชั่วโมงที่ 3 แล้วผลพอสรุปได้สั้นๆว่า มันไม่มีความเป็น Babolat เหลืออยู่เลย Woofer Feel ที่เด้งดึ๋งดั๋งหายไปหมด (เอ็นที่มากับไม้เป็นไฮบริด Babolat Xcel กับ Hurricane แล้วก็น่าจะตึงมากกว่า 55 ปอนด์) แต่ PSL กลับมีคุณสมบัติเด่นของไม้ระดับ Tour อยู่ 3 ชนิดด้วยกันจนสามารถเรียกได้ว่าเป็น The Three Musketeers เลยก็ว่าได้ เพราะพี่แกถอดแบบมาจากไม้ต้นฉบับได้เนียนมากๆ

Ball Impact Feel: นอกจากสีสันคล้ายๆกับ Wilson Pro Staff 85 แล้ว Feel ก็คล้ายๆกับ Pro Staff 85 มากๆด้วยเหมือนกัน (แต่ซวิงง่ายกว่า) ยิ่งถ้าตีโดนตรงกลาง sweet zone (ที่เล็กมากๆ) ด้วยละก็ Solid & Muted แบบ Wilson ยังไงยังงั้นเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่ stable เท่ากับ PS85

Power: ต่ำมากๆคล้ายกับ Head Radical คือต้องตวัดหน้าไม้เร็ว หรือไม่ก็ต้องหวดกันแบบแขนพันอ้อมไปถึงด้านหลังกันเลยทีเดียว ยิงลูก power winner ยากมาก เพราะน้ำหนักไม้มันเบาไปหน่อย ไม่ค่อยจะได้ momentum จากไม้มาช่วยเลย แต่ถ้าเน้น Precision Game ก็จะน่าจะเหมาะกว่า นอกจากนี้ Plow-Thru ต่ำด้วย ถ้าเป็นไม้ classic อย่าง PC600 นี่แค่กำไม้หลวมๆแล้วดันไม้ไปข้างหน้า ลูกมันก็พุ่งไปได้แล้ว แต่ PSL นี่ผมต้องกำกริปแน่นๆแล้วใส่กันสุดๆ ลูกมันถึงจะออก สรุปว่าเหนื่อยครับ ถ้าใครเล่นเพื่อเน้นออกกำลังกาย PSL นี่น่าจะเหมาะครับ :P

Swingweight and stability: คล้ายๆกับ Volkl PB10 ถ้าใครได้ตีไม้ Volkl มาก่อนจะรู้ว่าไม้ Volkl ส่วนใหญ่จะค่อนข้าง aerodynamic ซวิงง่ายเหลือเกิน เร่งสปีดหน้าไม้ได้ดี แต่กับตัว PSL นี่ผมทึ่งนะ เพราะรูปร่างมันไม่ค่อยจะลู่ลมเท่าไหร่ แต่มันกลับซวิงได้เบาและลื่นไหลพอๆกับ Volkl PB10 เลย แต่ถ้าเปรียบเทียบกับ Wilson PS85 และ Head PC600 ก็ต่างกันมากอยู่

- PSL กับ Volkl PB10 น้ำหนักหัวค่อนข้างเบาและลู่ลม ต้องออกแรงซวิงจนครบวง (Full Swing)
- PS85 กับ PC600 น้ำหนักมากกว่า ต้องออกแรงช่วงครึ่งวงแรกมากพอควร แต่ช่วงครึ่งหลังที่เป็น follow-thru น้ำหนักไม้มันจะพาไม้ไปครบวงเอง ซวิงเป็นธรรมชาติมากกว่า

ข้อเสียอีกอย่างนึงคือเรื่อง stability ทั้ง Volkl PB10 และ PSL มีปัญหานี้ทั้งคู่ ผมคิดว่าควรจะต้องถ่วงตะกั่วเพิ่มตรง 3 และ 9 นาฬิกาเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ครับ

บทสรุป: ชอบครับ ผมชอบ feel กับความคล่องตัว ปัจจัยหลักที่ผมใช้ในการเลือกไม้ก็คือ feel อย่างเดียวเลย เพราะ feel มันแก้ไขกันยากครับ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างไม้ กับ graphite lay-up ที่ตะกั่วไม่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาได้ ส่วนน้ำหนัก บาลานซ์ และความนิ่งเป็นเรื่องรอง เพราะมันสามารถปรับแต่งกันได้ด้วยตะกั่ว PSL ตัวนี้ให้ ball impact feel ที่ classic ดีมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะหาไม้ที่มี classic feel มาใช้ อยากแนะนำให้มาลอง Babolat Pure Storm Limited ก่อนครับ หรือถ้าใครเล่นเกมส์เชิงรับและเน้นการวางบอล PSL ก็เหมาะครับ

Rating: เอาไป 4.5 ดาวละกัน

Spec แบบนี้ Babolat ไม่เคยมีมาก่อน ผมมองว่า Babolat กำลังใช้ PSL เป็นตัวโยนหินถามทางเพื่อจะแย่งตลาดไม้หน้า 95 จาก Wilson เป็นผู้นำตลาดอยู่ แล้ว Wilson เองปีนี้ออกไม้หน้า 100 มาเกือบสิบรุ่นเพื่อแย่งตลาด Babolat Pure Drive เหมือนกัน


PSL มาพร้อมกับกริปหนังเพื่อประกาศว่านี่คือ Classic Racquet ครับ


ไม้ Classic ต้องคอเล็กๆเว้าๆ แบบนี้เพื่อเพิ่ม flexibility ครับ


Carbon Extreme คืออะไรก็ไม่รู้ แต่ให้ feel เหมือนกับ Graphite + Kevlar ใน PS85 เลย


อีกมุมนึงของคอไม้ ผมชอบคุณภาพงานสีของ Babolat จริงๆ ดีกว่า Wilson เยอะครับ


Credit: ขอบคุณพี่อ้วน Thai Tennis ที่ให้ยืมไม้มาลองครับ