Pages

Showing posts with label dunlopaerogel. Show all posts
Showing posts with label dunlopaerogel. Show all posts

Friday, November 6, 2009

Dunlop Aerogel 4D 300 Tour (Jurgen Melzer)

Rating:★★★★
Category:Other
วันนี้ขอเล่าประสปการณ์จากไม้ที่ไม่มีขายในเมืองไทยอีกตัวครับ ผมคิดว่าหลายๆคนคงสนใจ Dunlop Aerogel 4D 300 Tour อยู่เนื่องจากได้รับ feedback ที่ดีมากจาก Tennis Warehouse โดยเฉพาะเรื่องของ "FEEL" เผอิญว่ามีสมาชิกท่านนึงฝากซื้อมา แล้วผมก็เพิ่งได้ของมาเมื่อวานนี้เอง

สิ่งทีผมสังเกตอย่างนึงบนไม้ตัวนี้ก็คือ มันจะเป็น mold เดียวกับไม้ของ Tomas Berdych ที่ผมเคยลงรีวิวไว้ที่ http://suppawat.multiply.com/reviews/item/48 พอจับมาเทียบกันปรากฎว่าเท่ากันเป๊ะ grommet ใส่แทนกันได้เลย น้ำหนักและ balance ก็ใกล้ๆกัน Mold ตัวนี้เป็นที่นิยมในหมู่ ATP Pro มากไม่ว่าจะเป็น James Blake, Tomas Berdych หรือ Tommy Haas ผมเดาว่า Dunlop ทำ Aerogel 4D 300 Tour ตัวนี้มาไว้เพื่อสำหรับ customize โดยเฉพาะ โดยส่วนตัวผมก็สนใจไม้ตัวนี้ครับ แต่ตอนนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า เอาเป็นว่าใครอยากลองไม้ตัวนี้ต้องสั่งจาก USA อย่างเดียวเลยครับ...








Update 1: ตอนนี้มีขายที่เมืองไทยแล้วแต่มีจำนวนไม่มากมากนัก ประกันของ DLP ติดต่อที่ร้านคุณชูเกียรติได้เลยครับ ของเค้าดีจริงๆ เท่าที่ลองน็อคๆดูมีจุดเด่น 2 อย่าง

Feel: บอกได้เลยว่า "มันส์มาก" Feel ออกแนวแน่นและคม (เสียงดังสนั่นเหมือนตีบอลแตก) คล้ายๆกับ Head Radical MP กับ Wilson KBlade 98 ครับแต่ AG300T จะนุ่มกว่านิดนึงตามสไตล์ของ Dunlop น้ำหนักไม้รวมเอ็นประมาณ 320g แล้วก็ Balance หัวท้ายเท่าๆกัน แต่ด้วยขนาด frame ที่บางทำให้ซวิงได้ง่ายมากๆ

Pop: เห็น String Pattern แน่นๆแบบนี้ แต่ว่าหน้าไม้เด้งใช้ได้ ไม่ได้ดึ๋งดั๋งเกินไป แต่ก็ไม่ Dead เหมือน Radical กับ Kblade อีกส่วนนึงก็น่าจะมาจากความอ่อนของคอไม้ที่ช่วยในการดีดตัวของหน้าไม้ได้มาก มันน่าเป็นเอกลักษณ์ของ Mold ตัวนี้มั๊ง - ก้านบาง คอลึก (คว้านลงมาเกือบถึงด้าม) เพราะตัว AG200 Berdych ที่ใช้ Mold เดียวกัน ก็ดีดรุ่นแรงโดนใจเหมือนกัน


คอไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mold ยอดนิยม ก้านบาง คอลึก ที่ช่วยให้ดีดลูกได้รุนแรง


Update 2: เมื่อวานได้มีโอกาสเอาไปลองลองคตอร์ทดูมีผลมาอัพเดทดังนี้ครับ

Groundstroke & Stability: Solid ใช้ได้สำหรับไม้ที่น้ำหนัก 320g อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้คือ Flex ของไม้ทีกำลังพอดีๆช่วยดีดลูกออกไปได้ถึง Baseline โดยไม่ต้องใส่กันเต็มๆ จุดเด่นคือความคล่องตัวทั้ง Forehand และ One-handed Backhand โดยเฉพาะด้าน One-handed Backhand นี่ผมว่าไม้ Dunlop ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ แต่ถามว่าไม้ตัวนี้เหมาะกับ Baseliner มั๊ย ก็คงจะไม่ใช่ 100% แน่นอนเพราะน้ำหนักน้อยไปหน่อย ถ้ายืนโต้กันท้ายคอร์ทนานๆมีโอกาสที่จะเจอปัญหาเรื่อง stability เหมือนกัน ถ้าเทียบกับ Head Pro Tour 630 หรือ Dunlop AG200 ก็ยังถือว่าเป็นรองอย่างชัดเจน ถ้าจะเล่นไม้นี้ให้สนุกผมว่า Footwork ต้องดีการถ่ายน้ำหนักต้องเยี่ยม แล้วมาเล่นแบบ All court จะดีกว่า

Slice: เนื่องจากผมไม่ได้ลงคอร์ทมานานมากแล้ว ลูกที่ยิงมาทาง backhand หลายๆลูกเก็บไม่ค่อยทันเลยต้อง slice กันเกือบตลอด AG300T ให้ slice shot ที่ถือว่าใช้ได้ครับ ลูกวิ่งเลียดดี ไม่เหินลอย แต่ลูกก็ไม่ค่อยพุ่งแรงเท่าไหร่

Control: ดีครับ String pattern แบบ 18x20 ช่วยให้รู้สึกว่าบอลเกาะไม้ดี การควบคุมทั้งทิศทางและ power เป็นไปอย่างดีไม่ฝืนธรรมชาติ

สรุป: Aerogel 4D 300 Tour ไม่ใช่ไม้ที่มี Classic Feel นุ่มๆแบบ Aerogel 200 นะครับ แต่มันจะออกแนวแน่นๆแบบ Modern มากกว่า อย่างที่บอกว่ามันเป็นไม้ที่ตีมันส์มาก (ถ้าเน้นสปีดบอล) ถือว่าเป็นไม้ที่ออกแบบมาได้ดีมากๆตัวนึงเลยครับ น้ำหนัก ความหนาของเฟรม รูปทรง บาลานซ์ และ Stiffness มันเอื้ออำนวยให้ถ่ายโมเมนตัมได้ดีมากๆเหมือนกับไม้ที่มีน้ำหนักเยอะเลย แต่โดยรวมถือว่าดีครับ Aerogel 4D 300 Tour เหมาะกับการเล่นแบบ All-Court และ Agressive Game เล่นแล้วรู้สึกว่ากลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง :)

Tuesday, May 15, 2007

Dunlop Aerogel 200 (James Blake)

Rating:★★★★★
Category:Other

คราวนี้ผมได้มีโอกาสเป็นเจ้าของไม้ Dunlop เป็นครั้งแรก ที่ผ่านๆมาผมรู้ว่า Dunlop เป็นผู้นำเรื่องการออกแบบและใช้วัสดุที่ดีที่สุดรายหนึ่ง แต่ดีไซน์ไม้แต่ละรุ่นดูไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ แต่คราวนี้ AeroGel ชนะใจผมครับ สีสันเตะตาสุดๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า AeroGel มันดียังไงแต่รู้ว่ามันเป็นวัสดุที่ใช้ทำยานอวกาศนอกเหนือจากไทเทเนียมที่เคยถูกนำมาใช้ช่วงปี 1995-2005 แล้ววัสดุที่ทำยานอวกาศจะมาแทนที่กราไฟต์ของไม้รุ่นเก่าๆได้เหรอ เพราะมัน stiff เหลือเกิน เคยลองไม้ไทเทเนียมมาหลายอัน ไม่ชอบซักอัน ด้วยความสงสัยเลยลองสั่งไม้ AG200 จาก Holabiard ดูแล้วให้เพื่อนหิ้วมาให้ สมัยนั้น Dunlop Aerogel ยังไม่มีขายในเมืองไทยเลยครับ ผมขึ้นเอ็น Babolat Xcel Premium 17 ที่ 55 ปอนด์มั๊ง ถ้าจำไม่ผิด

นิยามของ Dunlop Feel
ทันทีที่ลองเอาไปตีผลคือ "Sweet" มากๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง คือมันทั้งนุ่มและแน่นเหมือนไก่ทอด KFC เลย ยิ่งเสียงของมันนี่เหมือนกับเสียงจากไม้เทนนิสยุคเก่ายังไงยังงั้นเลย คลาสสิกจริงๆครับ ผมว่ามันเป็นผลของการใช้วัสดุ mfil ที่มีความอ่อนตัวตรงบริเวณ 3 และ 9 นาฬิกา มาเสริมเฟรมที่มีส่วนประกอบของ Aerogel และ Hot-Melt Graphite

จุดเด่น
อย่างที่บอก feeling ของไม้ตัวนี้สุดยอดจริงๆ 18x20 string pattern ไม่ได้สร้างปัญหาในการสร้าง power แต่อย่างใด แต่มันกลับเสริม feeling ให้แน่นขึ้นอีก บวกกับ sweet spot ที่กว้างใหญ่ทำให้เพิ่มความนุ่มนวลของหน้าไม้ เล่นโต้ forehand และ backhand จากท้ายคอร์ทได้สบายๆ หน้าไม้นิ่งไม่บิดไปมา นอกจากนี้รูปทรงของ AG200 ยังเอื้ออำนวยต่อการตี backhand มือเดียวอีกด้วย ถ้ามีใครเคยเล่น Yonex RDS001 MP กับ Head FXP Prestige MP จะพบว่า AG200 จะอยู่ระหว่างไม้ทั้งคู่

จุดด้อย
กริปมันเล็กและเหลี่ยมไปหน่อย ผมว่ามันเล็กกว่าขนาดที่บอกไว้ 1 เบอร์นะ สั่ง 4-1/2" ได้ 4-3/8" ในบรรดาไม้เทนนิส ผมชอบรูปร่างกริปของ Wilson มากที่สุด ไม่เหลี่ยม ไม่มนเกินไป อีกอย่างผมเคยลองเอากริปหนังมาใช้กับ AG200 ไม่เวิร์คครับ synthetic อย่างเดิมน่ะดีแล้ว

บทสรุป
Dunlop AeroGel 200 นอกจากจะเหมาะกับ All-Court Game แล้วยังเหมาะกับ All Player Level ด้วย

-----------------------------------End of Thai Review----------------------------------

This is the first time I try Dunlop racquet. Dunlop is always the first mover in terms of racquet material technology. Now they come up with a new material used in an aerospace industry "AeroGel." I am curious if it will make a difference. Dunlop does not market Aerogel racquet line in Thailand, so I have to order one from the US and I just got it yesterday (June 2, 2007).

One word to describe: Sweet

Like:
The paint job looks very cool, I love it off the ground. After hitting for a while, I found AG200 very solid on groundstroke both forehand and one-handed backhand. It has enough power to exchange groundstrokes from behind the baseline. With the string pattern of 18x20, AG200 provides a lot of feel. Sound from ball impact is very good, it reminds me of a wood racquet. It has that old school feel. In addition, I can feel a generous sweet spot and comfort from a stringbed. Its playability is pretty much in between Head FXP Pretige MP (flex) and Yonex RDS001 (crisp).

Dislike:
One thing I don't like about this racquet - grip.
1. Size: I think the grip is one size smaller than indicated.
2. Grip shape is rather square, I prefer a Wilson's.

In summary, AG200 is good for all-court player, but baseliners seem to benefit the most. I love this racquet and will keep it in my collection.

Review at Tennis Warehouse: http://www.tennis-warehouse.com/Reviews/DAG200/DAG200Review.html

Dunlop 200 Series Club: http://tt.tennis-warehouse.com/showthread.php?t=160595

-----------------------------------End of English Review----------------------------------