Pages

Showing posts with label technifibre. Show all posts
Showing posts with label technifibre. Show all posts

Sunday, February 14, 2010

Technifibre TF320 VO2 Max - Actual Fernando Verdasco's Racquet

Rating:★★★★
Category:Other
สวัสดีวันตรุษจีนครับ หลังจากที่หายหน้าหายตากันไปนานเนื่องจากหน้าที่การงานและสุขภาพที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าไหร่ คราวนี้ผมกลับมาพร้อมกับไม้ Pro Stock หรือ Paint Job อีกตัวนึงของ Fernando Verdasco ซึ่งตอนนี้ก็ย้ายค่ายไป Yonex เรียบร้อยซะแล้ว (ผมคิดว่า Yonex อาจจะพยายามทุ่มสุดตัวเพื่อหาผู้เล่นที่มีลักษณะแนว Warrior คล้ายๆกับภราดรเพื่อมาเป็น presenter ให้กับไม้ตระกูล 002 ในปี 2010) ช่วงปี 2009 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีทองของ Verdasco ก็ว่าได้เริ่มตั้งแต่ Australian Open 2009 จนมาจบที่ World Tour Final 2009, Verdasco โชว์ฟอร์มเยี่ยมาตลอด แต่เสียดายที่ไม่ค่อยมีดวงซะเท่าไหร่ ในหลายๆแมทช์ ผมว่าเค้าเล่นได้มันส์และมีแผนการเล่นที่ดีกว่า Nadal ด้วยซ้ำไป ชนะหรือแพ้ไม่สำคัญ แต่ผมว่า Verdasco เล่นมันส์ได้ใจคนดูเยอะมากๆ


Credit: ภาพจาก http://deportes.orange.es

เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันดีกว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้คุยกับ user บางคนนึงที่ TW เกี่ยวกับไม้ของ Verdasco ที่ประกาศขายไว้เพื่อเช็คว่ามันเป็นของ Verdasco จริงหรือไม่แล้วก็ลองสืบประวัติเกี่ยวกับไม้ตัวนี้ดู สรุปได้ว่าก็มีมูลพอสมควรเลยตัดสินใจต่อรองแล้วก็ซื้อมา สภาพของไม้ที่ได้มาสมบูรณ์มากๆ แทบจะไม่มีรอยเลย หลายๆคนคงสงสัยว่ามันเป็น Technifibre TF320 VO2 Max เหมือนที่ขายกันหรือไม่ ตอบได้เลยครับว่าคนละเรื่องเลย เอาไม้มาเทียบกัน side-by-side แล้วก็ยังหาจุดที่เหมือนกันไม่ได้ ตัวเฟรมของ TF Verdasco จะออกสี่เหลี่ยมกว่าอย่างชัดเจน หน้าไม้ก็เป็นรูปไข่ในขณะที่ retail version จะออกแนว isometric นิดๆคล้าย Yonex หลังจากสืบประวัติดูพบว่า Mold ตัวเดียวกับ Technifibre Major Bullit (หรือ Elite ก็ไม่แน่ใจ) ซึ่งเป็นไม้รุ่นเก่ามาก แต่มี Graphite Lay-Up ที่แตกต่างจาก Major ทำให้ไม้มีความอ่อนตัวพอสมควร ผมลองซวิงลมเล่นๆก็ถือว่าลู่ลมใช้ได้ทั้ง Forehand และ Backhand


ที่ด้านในของคอไม้มีเขียนชื่อ F.Verdasco กับธงชาติสเปน


ทดลองตี: ผมได้ลองเล่นมาประมาณ 2 ชั่วโมงได้ มีผลแบบคร่าวๆดังนี้ครับ

Feel: ผมคาดหวังมากว่าไม้ตัวนี้มันต้องออกแน่นๆหนักๆ แต่ที่ใหนได้ผมว่ามันเป็น Pro Stock ที่ไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ถ้าเทียบกับพวก Head Pro Tour 630 หรือ Dunlop Aerogel 200 เนื่องจาก Sweet Spot มันเล็กมาก แต่ถ้าตีโดนตรงกลางก็ถือว่าแน่นใช้ได้แต่ก็ยังออกกลวงๆ (Hollow) นิด ถ้าเทียบกับตัว TF320 VO2 Max ที่เป็น retail version จะมีข้อแตกต่างในแง่ของ feel 2 ประการ 1.) ตัว retail มี sweet spot ที่ใหญ่กว่า ตีง่ายกว่าเยอะเลย 2.) ตัว retail หน้าไม้ดูดลูกดีกว่าทำให้รู้สึกว่ามันแน่นกว่าอย่างชัดเจน สรุปแล้วเรื่อง Feel ไม่มีอะไรโดดเด่นสำหรับไม้ตัวนี้

Power & Stability: ตอนแรกผมเข้าใจว่าไม้จะแข็งโป๊กเพราะพวกตี Spin มักจะเล่นไม้แข็งๆ ความรู้สึกแรกที่นึกได้คือ ไม้ Verdasco เป็นไม้ที่มี Stiffness ใกล้เคียงกับพวกไม้ประเภท "ตีมันส์" เช่น Dunlop Aerogel 4D 300 Tour หรือ Head YouTek Radical MP ซึ่งมี Flex Rating ประมาณ 63RA เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสไตล์ All-Court เพราะฉะนั้นไม้ตัวนี้ Power น้อย Plow-Thru ต่ำต้องออกแรงเข่นเอาเรื่องอยู่ ถ้าจะตี backhand ก็ต้องสองมือถึงจะเหมาะ ส่วนเรื่อง stability นี่ต้องมีเพิ่มตะกั่วกันแน่นอน เนื่องจาก sweet spot เล็ก โอกาสที่ไม้จะบิดไปมาเมือตีลูกมีสูง

คอไม้ของ Verdasco มีหน้าตัดเป็น Box Beam ในขณะที่ Retail จะออกมนๆกว่า

Grommet จะคล้ายๆกับระบบ Woofer ของไม้ Babolat

ที่ Bumper มีคำว่า Major เขียนไว้อย่างชัดเจน


กริปเดิมของ Verdasco เป็น 4-1/2" แต่เจ้าของคนล่าสุดเปลี่ยนเป็น 4-3/8" Grip Shape จะคล้ายกับของกริป Wilson


คร่าวๆก็คงมีแค่นี้ครับ ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนไม่มีจุดเด่นเลย(สำหรับผม) เพราะมันถูกออกแบบมาสำหรับผู้เล่นที่มีความแกร่งอย่าง Verdasco เท่านั้น แต่เนื่องด้วยมันเป็นไม้ที่มี Look & Character ของนักสู้อยู่มากมายซึ่งเข้ากับบุคลิกและสไตล์การเล่นของ Verdasco ทำให้มันมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับนักสะสมมากครับ


Friday, May 1, 2009

Technifibre T-Fight 320 VO2 Max: The State Of The Art in Tennis

Rating:★★★★★
Category:Other
ช่วงวันหยุดยาวๆนี้ได้มีโอกาสลองของเล่นใหม่ๆเยอะครับ วันนี้ขอมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับไม้เทนนิสที่ในบ้านเราไม่มีการนำเข้าคือ Techifibre T-Fight 320 ซึ่งกำลังเป็นที่คุยกันให้แซ็ดในกลุ่มผู้รักเทนนิสแบบเข้าเส้นเลือดใหญ่ T-Fight VO2 Max ตัวนี้เรียกว่า "Art ตัวแม่" กันเลยทีเดียว Concept แรงมากๆ สีสันและลวดลายมีความหมายลึกซึ้งจริงๆ

ใครได้เห็น T-Fight 320 VO2 Max ตัวจริง บอกได้เลยว่ามี "คัน" (กระเป๋าตังค์)แน่นอน

ดูกันตัวเต็มๆก่อน รูปทรง mold ต่างจาก TFight รุ่นก่อนๆอยู่เหมือนกัน รุ่นนี้ออกจากติดเหลี่ยมนิดๆ


ซองใส่กำมะหยี่ปักลาย ดูสวยคลาสสิกได้ใจมากๆ แต่ดูๆไปแล้วเหมือนซองใส่ซออู้มากกว่า


Detail ตรงคอไม้ แดงครึ่ง ดำครึ่ง สลับกับลายตัวละครญี่ปุ่่น ผมก็นั่งตีความอยู่นาน จนในที่สุดก็ อ๋อ.....


Design Concept: ผมคิดว่าทางผู้ออกแบบจินตนาการว่า T-Fight คืออาวุธของนักรบที่ผ่านการสมรภูมิมาอย่างโชกโชน (มันถึงได้มีคำว่า Fight ในชื่อรุ่น)


ความหมาย: หน้าตัวละครญี่ปุ่นบนไม้น่าจะหมายถึงนักรบญี่ปุ่นโบราณหรือซามูไร สีดำหมายถึงสมรภูมิรบ และสีแดงน่าจะหมายถึงคราบเลือดบนดาบซามูไรนั่นเอง แหม ...ช่างคิดได้ แต่ Concept นี้แรงดีครับ สื่อความหมายได้ดีกว่าไม้ยี่ห้ออื่นๆเยอะเลย


VO2 technology ที่ทาง Technifibre อ้างว่าจำลองการทำงานมาจากการหายใจเข้า-ออกของมนุษย์ หรือ Breathing น่าจะประมาณว่าตอนที่ลูกกระทบเอ็นคือการหายใจเข้า และเมื่อลูกดีดออกไปคือการหายใจออก


Box beam design แบบเดิมที่ไม้ classic เค้ามีกัน


T-Fight 320 VO2 Max ชื่อรุ่นยาวจัง


ลวดลายตรงคอไม้เนี๊ยบมากๆ


มาดูซองใส่กันชัดๆอีกครั้งนึง เห็นแล้วน่าจะให้รางวัล Best Racquet Design 2009 จริงๆ


On the Playtest: วันนี้วันนี้เพิ่งเอาไปขึ้นเอ็นมาครับ ผมขึ้นด้วยเอ็นมัลติ 53 ปอนด์เพื่อให้ได้ feel ของไม้อย่างเต็มที่ เสร็จแล้วก็ลองเอาไปน็อคบอร์ดดู จริงแล้ววันนี้ก็ไม่ได้กะไปน็อคนานเพราะไม่ได้ใส่รองเท้าเทนนิส แถมใส่กางเกงเด็กแร็พยาวรุ่มร่ามเลยเข่าอีกต่างหาก ตอนแรกก็กะลองแค่ 5 นาทีเพื่อดูว่า feel แบบคร่าวๆว่าเป็นไงบ้าง แต่สุดท้ายก็ตีไปชั่วโมงกว่า

Feel: สัมผัสแรกๆไม่ต่างกับไม้ modern เท่าไหร่ แต่พอใช้ไปสักพักขอบอกว่ามัน "นุ่มลึก" หรือที่ฝรั่งเค้าชอบบอกว่า "buttery feel" ความรู้สึกถึงการกระแทกน้อยมาก ...นุ่มลึกคืออะไร? ความนุ่มอาจจะไม่ต้องบรรยายว่ามันคืออะไร แต่ "ความลึก" นี่สิน่าสนใจและเป็นสิ่งที่หาไม่ค่อยได้ในไม้รุ่นใหม่ๆ Technifibre นิยามว่า "breathing" ผมเริ่มพอจะเข้าใจแล้ว จริงๆมันก็คือการที่ลูกจมอยู่บนหน้าไม้นานกว่าปกติ (KBlade Tour ก็เป็นแบบนี้) ข้อดีที่เด่นๆก็คือมันลดแรงกระแทกตอนลูกบอลดีดตัวออกจากหน้าไม้ อีกอย่างคือมันควบคุมทิศทางได้ดี ข้อดีต่างๆเหล่านี้ผิดจากที่ผมคาดไว้เยอะครับ เพราะเคยใช้ TF335 ตัวเก่าที่ออกจะแข็งๆเลยไม่ค่อยคาดหวังอะไรจาก VO2 Max ตัวนี้ ถ้าจะจินตนาการก็ลองนึกภาพที่ คุณกำลังสับเนื้อด้วยปังตอ คุณจะรู้สึกถึงแรงกระแทกระหว่างปังตอกับเขียงใช่มั๊ยครับ แต่สำหรับ TF320 VO2Max ตัวนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนใช้มีดคมๆแร่เนื้อมากกว่า ผมไม่สามารถบรรยายได้มากกว่านี้ ต้องลองดูเองครับ :)

Swingweight: ไม่รู้เป็นตัวเลขแน่นอน แต่มัน "ซวิงธรรมชาติ" มากๆคล้ายกับ Pro Staff 85 เลย ตีแบบเน้นข้อมือได้ว่องไวมาก หน้าไม้ aerodynamic พอควร ผมว่ามันเป็นไม้ที่คล่องและตีลูกประชิดตัวหรือตีบล็อกได้ดีมากๆ จะว่าไปแล้วมันก็น่าจะเหมาะกับผู้ฝึกสอนที่ต้องคอยป้อนลูกให้นักเรียนตีอัดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่านะครับ อย่างที่บอกผมกะว่าไปลองแค่ 5 นาทีแต่ด้วย Friendly Swingweight ทำให้ผมตีได้นานกว่าชั่วโมงทั้งที่ไม่ได้เตรียมตัวมาพร้อม

Slice and Spin: "กัดลึก" อย่างที่บอกว่าลูกมันจมอยู่บนหน้าไม้นานกว่าและซวิงง่าย-ลู่ลม ทำให้ความสามารถในการปั่นลูกมีสูง ต้องบอกว่ามันกัดลูกลึก (ลึกอีกแล้ว) ใช้ได้ครับ ขนาดตั้งใจตี flat ยังได้ spin เป็นของแถมเลย ตีไป 10 นาทีขนลูกติดบนหน้าไม้เต็มเลย

Control: ยังไม่ได้ลองอะไรมาก แต่จะบอกว่ามันเป็นไม้ 16x19 ที่ผมตีได้ "ตรง" ที่สุด (ไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นอานิสสงค์ของ Breathing หรือเปล่า)

Power: มากกว่าไม้ control ทั่วไป มากกว่าพวก Wilson KBlade หรือ K95 ตี heavy ball ได้ดีกว่าแน่นอนเพราะว่า 1) มัน power มันเกิดจากการ"ดีด"มากกว่าการกระแทก และ 2) มันมักจะติดสปินเป็นของแถมแม้ว่าจะตั้งใจตี flat แค่ใหนก็ตาม

Groundstroke: "ลื่นไหล" และ "หนักแน่น" ทั้ง Forehand และ Backhand โดยเฉพาะ Backhand มือเดียวนี่นิ่งและตรงมาก ต้องย้ำว่า "ตรง" หลายๆครั้งหน่อยเพราะมันเด่นเหลือเกิน แต่เดี๋ยวขอไปลองตีในสนามจริงๆก่อนแล้วจะมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมครับ :)

Saturday, September 29, 2007

Tecnifibre TFight 335 (18x20) -- sold

Rating:★★★★
Category:Other
After studying the spec of T-Fight 335 for a month, I set an expectation that TF335 will be a replacement of my FlexPoint Prestige MP. The cosmetic looks really beautiful, and the racquet comes with a spare grommet. The racquet cover quality is also the best I have ever seen. I think Technifibre pays attention to every detail of their products. Two thumbs up! On the playtest, TF335 does deliver everything that FXP Prestige does. It has the same soft buttery feel on groundstroke that FXP Prestige has. TFight plows thru the ball better than FXP Prestige. However, the ball does not dwell on string bed as long as it does on FXP Prestige, but no dampener is required. In other words, TF335 is a little stiffer than FXP Prestige. Combined with 18x20 string pattern, the box-shaped frame offer great stability on hard hitting and produces good spins/slices. On the downside, extra weight seems to kill my arm on my one-handed backhand. I think this racquet will satisfy those who have two-handed backhand. In overall, TFight 335 is a favorite of baseliners and hard hitters. So what would you choose - TF335 or FXP Prestige? Here is simple answer. Aggressive baseline game --> TF335. All-court game --> FXP Prestige.